2005/Aug/24

The Road Not Taken

Two roads diverged in a yellow wood,
And sorry I could not travel both
And be one traveler, long I stood
And looked down one as far as I could
To where it bent in the undergrowth;

Then took the other, as just as fair,
And having perhaps the better claim,
Because it was grassy and wanted wear;
Though as for that the passing there
Had worn them really about the same,

And both that morning equally lay
In leaves no step had trodden black.
Oh, I kept the first for another day!
Yet knowing how way leads on to way,
I doubted if I should ever come back.

I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I-
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.

Robert Frost

อ่านกลอนอันนี้แล้วเศร้า ไม่ได้เศร้าเพราะเนื้อหามันน่าสลดหรืออะไร แต่เศร้าเพราะเค้าพูดถูก ชีวิตมันต้องมีการตัดสินใจเกิดขึ้น จะมากหรือน้อยแล้วแต่คน แต่ทุกครั้งที่มีการตัดสินใจ มันมักจะมีผลของการตัดสินใจตามมาให้เห็นไม่มากก็น้อย

ใครๆก็ต้องสงสัยว่าสิ่งทีเลือกทำนั้นถูกหรือผิด ได้แต่สงสัยไปอย่างนั้น ไม่รู้เมื่อไหร่เราจะรู้ว่าทำผิดหรือถูก ถนนที่เราเลือกเดินอาจจะมีพื้นดินที่มีหลุมมีบ่อ เดินๆไปถ้าไม่มองดีๆอาจจะสดุดได้ หรือต่อให้มองดีดีแล้วก็ยังไม่พลาดพรั้งตกหลุมไปบ้าง ถึงจะเจ็บแต่ก็จะหยุดอยู่ตรงนั้นไม่ได้อยู่ดี ถ้าจะนั่งอยู่ตรงนั้นตลอดไป คงจะได้ตายเพราะความหิวโหย สู้เดินต่อไปกับความหวังว่าจะเจอบ้านคนในทางที่อยู่ข้างหน้าดีกว่า ตกหลุมบ่อยๆ เดี๋ยวอีกหน่อยก็ชินเอง ถ้าชินแล้วเราก็จะสามารถเดินต่อไปไวขึ้น และทนทานขึ้น หลุมตื้นๆเราก็จะไม่ล้ม พอถึงปลายทางเราก็พร้อมสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ต้องเสียเวลาที่จะเตรียมพร้อม หรือรออะไรอีก

หรือถ้าทางมันสบายมาก ไม่มีหลุมหรือบ่อเลย คนที่เลือกเดินทางนี้ก็จะคิดว่าตัวเองโชคดี เลือกทางนี้มันง่ายดี ลืมตัว ไม่คิดที่จะป้องกันตัว ทางที่เดินได้สบายๆ ก็เพราะมีคนเคยผ่านมาแล้ว ทุกอย่างมันดูง่าย จนน่าเชิญชวนให้ยิ่งเดินเข้าไปอีก แต่ใครจะรู้ข้างๆทางอาจจะมีโจรแอบอยู่ก็ได้ เพราะความชะล่าใจ เวลาโดนใครทำร้ายก็ไม่ทันตั้งตัว จึงล้มง่าย ล้มแล้วอาจจะแทบลุกไม่ขึ้นด้วยซ้ำ เพราะนอกจากจะบาดเจ็บทางกาย แล้วยังบาดเจ็บทางจิตใจด้วย รู้สึกตกใจที่เราถูกทำร้าย ทั้งๆที่คิดว่าเราปลอดภัยแล้ว เจ็บใจ ได้แต่คิดว่าถ้าเราไม่เผลอไป เราคงไม่ต้องล้มอยู่อย่างนี้ คิดๆๆเข้าไป จนลืมที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อไปให้เร็วที่สุด ปล่อยเวลาผ่านไป กว่าจะรู้ตัว ถ้าไม่สายเกินไปก็ช้ากว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าเดินไปถึงปลายทางได้ก็น่าจะดีกว่าตายมันอยู่กลางทางเพราะล้มแค่ครั้งสองครั้ง เพราะถ้าเราไปถึงสาย มันก็หมายความว่าเรายังมีโอกาสที่จะไม่สายในการเดินทางครั่งใหม่ แต่ก็ต้องเสียเวลาทำใจสำหรัยการเดินทางครั้งใหม่อีก

ในกลอนข้างบน คนเขียนบอกว่าเค้าเลือกเดินทางที่ถูกเดินผ่านน้อยกว่า เค้าทำถูกมั้ย? ความต้องการที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องทำตามใคร มันส่งผลให้เค้าเลือกทางนั้น แต่ก็คงมีใครหลายๆคนที่จะเลือกทางที่มีคนอื่นเดินผ่านไปหลายคนแล้ว เพราะเค้ากลัวความแตกต่าง กลัวที่จะไม่ถูกยอมรับ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในสังคม(ไทย)ไม่ให้การยอมรับจริงๆ เมื่อเกิดความแตกต่างขึ้นมา

แล้วเป็นแบบไหนล่ะ ถึงจะดีที่สุด??